โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) เป็นภาวะที่ความหนาแน่นและคุณภาพของกระดูกลดลง ทำให้กระดูกเปราะและหักง่าย แม้จากอุบัติเหตุเล็กน้อย โรคนี้มักถูกเรียกว่า "ภัยเงียบ" เพราะไม่มีอาการเตือนจนกระทั่งเกิดกระดูกหัก — ซึ่งมักเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้คุณภาพชีวิตลดลงอย่างมาก
โรคกระดูกพรุน คืออะไร?
กระดูกของมนุษย์เป็นเนื้อเยื่อที่มีชีวิต มีการสร้างและสลายตลอดเวลา ในวัยเด็กและวัยหนุ่มสาว การสร้างมากกว่าการสลาย ทำให้มวลกระดูเพิ่มขึ้นจนถึงจุดสูงสุด (peak bone mass) ประมาณอายุ 25–30 ปี
หลังจากนั้น มวลกระดูกเริ่มลดลงอย่างช้าๆ ในผู้หญิงจะลดลงอย่างรวดเร็วในช่วง 5–7 ปีแรกหลังหมดประจำเดือน เนื่องจากระดับ estrogen ที่ลดลง
เมื่อมวลกระดูกลดลงมากจนถึงระดับหนึ่ง แพทย์จะวินิจฉัยว่าเป็น โรคกระดูกพรุน โดยใช้ค่า T-score จากการตรวจ DEXA:
- T-score ≥ -1.0 — ปกติ
- T-score -1.0 ถึง -2.5 — กระดูกบาง (Osteopenia)
- T-score ≤ -2.5 — โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis)
- T-score ≤ -2.5 + กระดูกหัก — กระดูกพรุนรุนแรง
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
ปัจจัยที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
- อายุ — ความเสี่ยงเพิ่มตามอายุ โดยเฉพาะหลัง 50 ปี
- เพศ — ผู้หญิงเสี่ยงมากกว่าผู้ชาย 4 เท่า
- วัยหมดประจำเดือน — estrogen ลดลงทำให้น้ำหนักกระดูกสูญเสียเร็ว
- พันธุกรรม — ประวัติครอบครัวกระดูกพรุนหรือกระดูกหัก
- เชื้อชาติ — ชาวเอเชียและคอเคเซียนเสี่ยงสูง
- รูปร่างเล็ก — น้ำหนักตัวน้อย มวลกระดูกน้อย
ปัจจัยที่หลีกเลี่ยงได้
- ขาดแคลเซียมและวิตามินดี — สารอาหารพื้นฐานของกระดูก
- ขาดการออกกำลังกาย — โดยเฉพาะแบบลงน้ำหนัก
- สูบบุหรี่ — ลดการสร้างกระดูก
- ดื่มแอลกอฮอล์มาก — รบกวนการดูดซึมแคลเซียม
- น้ำหนักตัวน้อย — BMI < 19
- ยา某些 — สเตียรอยด์ระยะยาว, ยากันชัก, ยาลดกรด PPI
- โรคประจำตัว — hyperthyroidism, hyperparathyroidism, โรคไต
อาการของโรคกระดูกพรุน
โรคกระดูกพรุนเป็น "ภัยเงียบ" เพราะในระยะแรกไม่มีอาการเลย ผู้ป่วยจำนวนมากไม่รู้ว่าตัวเองเป็นจนกระทั่งเกิดกระดูกหัก
อาการที่อาจพบในระยะหลัง:
- ปวดหลังเรื้อรัง — โดยเฉพาะบริเวณกลางหลัง จากการยุบตัวของกระดูกสันหลัง
- หลังค่อม (kyphosis) — จากการยุบตัวของกระดูกสันหลังหลายชิ้น
- ตัวเตี้ยลง — มากกว่า 4 ซม. จากความสูงเดิม
- กระดูกหักง่าย — จากอุบัติเหตุเล็กน้อย เช่น ลื่นหกล้ม กระดูกสะโพก ข้อมือ หรือกระดูกสันหลังหัก
การวินิจฉัยโรคกระดูกพรุน
ใครควรตรวจ DEXA:
- ผู้หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไป
- ผู้ชายอายุ 70 ปีขึ้นไป
- ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนที่มีปัจจัยเสี่ยง
- ผู้ที่มีประวัติกระดูกหักจากอุบัติเหตุเล็กน้อย
- ผู้ที่ใช้สเตียรอยด์ระยะยาว
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวที่เสี่ยงต่อกระดูกพรุน
แพทย์อาจใช้เครื่องมือ FRAX เพื่อประเมินความเสี่ยงการหักของกระดูกใน 10 ปีข้างหน้า
วิธีป้องกันโรคกระดูกพรุน
1. โภชนาการ
- แคลเซียม — 1,000 มก./วัน (ผู้ใหญ่), 1,200 มก./วัน (ผู้หญิง 50+, ผู้ชาย 70+) จากนม ปลาเล็กปลาน้อย ผักใบเขียว เต้าหู้
- วิตามินดี — 600–800 IU/วัน ช่วยดูดซึมแคลเซียม จากแสงแดด ปลาทะเล ไข่แดง
- แมกนีเซียม — 320–420 มก./วัน ช่วยสร้างแร่ธาตุกระดูก
- วิตามินเค — ช่วยในการแข็งตัวของกระดูก
- โปรตีน — 1.0–1.2 กรัม/กก./วัน
2. การออกกำลังกาย
การออกกำลังกายแบบลงน้ำหนัก (weight-bearing) เช่น เดิน วิ่งเบาๆ เต้นแอโรบิก ช่วยกระตุ้นการสร้างกระดูก ดูรายละเอียดในคู่มือการออกกำลังกายกับข้อ
3. หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง
- เลิกสูบบุหรี่
- จำกัดแอลกอฮอล์
- ระวังการหกล้ม — ปรับบ้านให้ปลอดภัย ใช้ราวจับ
4. ยารักษากระดูกพรุน
ในผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยแล้ว แพทย์อาจสั่งยา bisphosphonates (alendronate, risedronate), denosumab, teriparatide หรือ hormone therapy
5. อาหารเสริมสำหรับกระดูก
แคลเซียม วิตามินดี แมกนีเซียม และวิตามินเคเป็นพื้นฐานสำคัญ ดูรายละเอียดในคู่มืออาหารเสริมบำรุงข้อ
โภชนาการและอาหารเสริมสำหรับกระดูก
| สารอาหาร | ปริมาณที่แนะนำ | แหล่งอาหาร |
|---|---|---|
| แคลเซียม | 1,000–1,200 มก./วัน | นม เต้าหู้ ปลาเล็กปลาน้อย ผักใบเขียว |
| วิตามินดี | 600–800 IU/วัน | แสงแดด ปลาทะเล ไข่แดง |
| แมกนีเซียม | 320–420 มก./วัน | ถั่ว เมล็ดพืช ธัญพืชไม่ขัดสี ผักใบเขียว |
| วิตามินเค | 90–120 ไมโครกรัม/วัน | ผักใบเขียว นัตโตะ |
| โปรตีน | 1.0–1.2 กรัม/กก./วัน | เนื้อสัตว์ ปลา ไข่ ถั่ว เต้าหู้ |
เข้าใจสุขภาพข้อและกระดูกโดยรวมอ่านคู่มือสุขภาพข้อต่อและกระดูก — โครงสร้าง โรค และวิธีป้องกัน
อ่านต่อโภชนาการสำหรับกระดูกอ่านคู่มืออาหารเสริมบำรุงข้อ — ประเภท กลไก และหลักฐานวิทยาศาสตร์
อ่านต่อCarthisin ช่วยเสริมกระดูกแมกนีเซียม วิตามิน D3 และสังกะสี ช่วยสร้างแร่ธาตุกระดูก
อ่านคู่มือ Carthisinคำถามที่พบบ่อย
โรคกระดูกพรุนมีอาการอย่างไร?
โรคกระดูกพรุนมักไม่มีอาการจนกระทั่งเกิดกระดูกหัก อาการที่อาจพบ ได้แก่ ปวดหลังเรื้อรัง หลังค่อม ตัวเตี้ยลง และกระดูกหักง่ายจากอุบัติเหตุเล็กน้อย
ใครควรตรวจความหนาแน่นกระดูก?
ผู้หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไป ผู้ชายอายุ 70 ปีขึ้นไป ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนที่มีปัจจัยเสี่ยง และผู้ที่มีประวัติกระดูกหักง่าย ควรตรวจ DEXA scan
แคลเซียมและวิตามินดีเพียงพอต่อการป้องกันกระดูกพรุนหรือไม่?
แคลเซียมและวิตามินดีเป็นพื้นฐานสำคัญ แต่การป้องกันกระดูกพรุนยังต้องอาศัยแมกนีเซียม วิตามินเค และการออกกำลังกายแบบลงน้ำหนักร่วมด้วย
โรคกระดูกพรุนรักษาให้หายได้ไหม?
ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถชะลอการสูญเสียมวลกระดูกและลดความเสี่ยงกระดูกหักได้ด้วยยา แคลเซียม วิตามินดี และการออกกำลังกาย
ผู้ชายเป็นโรคกระดูกพรุนได้ไหม?
ได้ — แม้ผู้หญิงจะเสี่ยงมากกว่า แต่ผู้ชายก็เป็นโรคกระดูกพรุนได้ โดยเฉพาะหลังอายุ 70 ปี หรือมีปัจจัยเสี่ยง เช่น ใช้สเตียรอยด์ระยะยาว