คอลลาเจนเป็นโปรตีนที่พบมากที่สุดในร่างกายมนุษย์ คิดเป็นประมาณ 30% ของโปรตีนทั้งหมด ในข้อต่อ คอลลาเจนเป็นองค์ประกอบหลักของ กระดูกอ่อนข้อ ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างที่ให้ความแข็งแรงและยืดหยุ่น เมื่อเราอายุมากขึ้น การสร้างคอลลาเจนลดลงและคอลลาเจนที่มีอยู่เสื่อมสภาพ ทำให้กระดูกอ่อนข้อสึกหรอ นำไปสู่อาการปวดข้อ

คอลลาเจนกับข้อต่อ คืออะไร?

คอลลาเจนเป็นโปรตีนโครงสร้างหลักของกระดูกอ่อนข้อ โดยเฉพาะ type II ที่พบมากในข้อ เมื่อร่างกายสร้างคอลลาเจนลดลงตามอายุ กระดูกอ่อนข้อจะสึกหรอเร็วขึ้น

คอลลาเจนในร่างกายมีหลายชนิด แต่ละชนิดมีหน้าที่ต่างกัน:

เมื่อเราอายุ 25 ปีขึ้นไป การสร้างคอลลาเจนของร่างกายลดลงประมาณ 1–1.5% ต่อปี เมื่อถึงอายุ 40 ปี ร่างกายสร้างคอลลาเจนลดลงกว่า 20% เมื่อถึงอายุ 60 ปี ลดลงกว่า 40%

งานวิจัยสนับสนุนคอลลาเจนสำหรับข้อ

งานวิจัยกว่า 15 การศึกษา สนับสนุนว่าคอลลาเจนเปปไทด์และ UC-II ช่วยลดปวดข้อเข่า ปรับปรุงการเคลื่อนไหว และลดการอักเสบได้ โดยเฉพาะเมื่อใช้ต่อเนื่อง 3–6 เดือน

งานวิจัยทางคลินิกที่สำคัญ:

  1. UC-II 40 มก./วัน — การศึกษา RCT พบว่าช่วยลด WOMAC pain score และปรับปรุงการทำงานของข้อดีกว่า glucosamine + chondroitin
  2. คอลลาเจนเปปไทด์ 8–12 กรัม/วัน — การศึกษาพบว่าช่วยลดปวดข้อเข่าในนักกีฬาและผู้สูงอายุ
  3. คอลลาเจน type II ที่ผ่านการย่อย (hydrolysate) — การศึกษาพบว่าช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในกระดูกอ่อนข้อ
  4. เปปไทด์คอลลาเจน (Pro-Hyp, Hyp-Gly) — พบในเลือดหลังรับประทานคอลลาเจนเปปไทด์ ทำหน้าที่เป็นสัญญาณกระตุ้นการซ่อมแซม

คอลลาเจน 3 ชนิดสำหรับข้อ ต่างกันอย่างไร?

คอลลาเจนสำหรับข้อมี 3 ชนิด — คอลลาเจนเปปไทด์ UC-II และคอลลาเจน type II ที่ไม่ผ่านการย่อย แต่ละชนิดมีกลไกและงานวิจัยต่างกัน

คอลลาเจนเปปไทด์

Collagen Peptides / Hydrolysate

คอลลาเจนที่ผ่านการย่อยด้วยเอนไซม์ให้เป็นโมเลกุลเล็ก (< 10 kDa) ดูดซึมได้ดี งานวิจัยสนับสนุนสำหรับข้อเข่า ผิวหนัง และกระดูก ควรรับประทาน 2.5–10 กรัม/วัน

UC-II

Undenatured Collagen Type II

คอลลาเจน type II ที่ไม่ผ่านการย่อย (native form) ขนาด 40 มก./วัน มีงานวิจัยสนับสนุนชัดเจนที่สุดสำหรับข้อ กลไกผ่าน oral tolerance ที่ลดการตอบสนองภูมิคุ้มกันต่อกระดูกอ่อน

คอลลาเจน type II ทั่วไป

Hydrolyzed Collagen Type II

คอลลาเจน type II ที่ผ่านการย่อยบางส่วน ดูดซึมได้บ้าง แต่มีงานวิจัยน้อยกว่า UC-II และคอลลาเจนเปปไทด์

คอลลาเจนช่วยข้อได้อย่างไร? 3 กลไก

คอลลาเจนช่วยข้อผ่าน 3 กลไก — ให้กรดอะมิโนสร้างคอลลาเจนใหม่ กระตุ้นเซลล์ chondrocyte และลดการอักเสบ ผ่านเปปไทด์ที่ออกฤทธิ์ทางชีวภาพ
  1. ให้วัตถุดิบ — ให้กรดอะมิโน glycine, proline, hydroxyproline ที่เป็นองค์ประกอบของคอลลาเจน
  2. กระตุ้น chondrocyte — เปปไทด์ที่ดูดซึม (Pro-Hyp, Hyp-Gly) เป็นสัญญาณให้เซลล์สร้างกระดูกอ่อนสังเคราะห์คอลลาเจนใหม่
  3. ลดการอักเสบ — โดยเฉพาะ UC-II ผ่านกลไก oral tolerance ลดการตอบสนองภูมิคุ้มกันต่อกระดูกอ่อน

วิธีเลือกซื้อคอลลาเจนสำหรับข้อ

การเลือกซื้อคอลลาเจนสำหรับข้อควรดู — ชนิดที่เหมาะกับข้อ ขนาดเพียงพอ ขึ้นทะเบียน FDA และมีงานวิจัยสนับสนุน
เกณฑ์ คำแนะนำ
ชนิดUC-II 40 มก. หรือคอลลาเจนเปปไทด์ 2.5–10 กรัม
แหล่งที่มาปลา (marine) หรือ bovine ที่ผ่านการตรวจสอบ
ขนาดโมเลกุลเปปไทด์ < 10 kDa เพื่อการดูดซึมที่ดี
การขึ้นทะเบียนFDA ไทย เลข 11-1-XXXXXXXX-X-XXXX
การผลิตโรงงาน GMP, ISO
งานวิจัยมีการศึกษาสนับสนุนส่วนผสม
ส่วนผสมเสริมวิตามินซีช่วยการสร้างคอลลาเจน
ข้อควรระวัง: ผู้ที่แพ้อาหารทะเลควรหลีกเลี่ยงคอลลาเจนจากปลา ผู้ป่วยโรคไตควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ และควรใช้ต่อเนื่อง 3–6 เดือนจึงจะเห็นผลชัดเจน

คอลลาเจน vs อาหารเสริมข้ออื่นๆ

คอลลาเจน ให้โครงสร้างกระดูกอ่อน กลูโคซามีน เพิ่มน้ำหล่อเลี้ยงข้อ และโอเมก้า-3 ลดการอักเสบ ทั้งสามทำงานเสริมกัน

วิธีรับประทานคอลลาเจนเพื่อสุขภาพข้อ

คอลลาเจนควรรับประทาน พร้อมอาหารหรือก่อนนอน เพื่อการดูดซึมที่ดีที่สุด และควรใช้ต่อเนื่อง 3–6 เดือน
  1. ขนาด: UC-II 40 มก./วัน หรือคอลลาเจนเปปไทด์ 2.5–10 กรัม/วัน
  2. เวลา: พร้อมอาหารหรือก่อนนอน (การสร้างคอลลาเจนเพิ่มขึ้นระหว่างนอนหลับ)
  3. ร่วมกับวิตามินซี: ช่วยการสังเคราะห์คอลลาเจน
  4. ระยะเวลา: อย่างน้อย 3–6 เดือนจึงเห็นผลชัดเจน
  5. ต่อเนื่อง: ควรรับประทานอย่างสม่ำเสมอ ไม่ข้ามวัน
คอลลาเจนทำงานร่วมกับสารอาหารอื่น — คอลลาเจนให้โครงสร้าง แต่อาหารเสริมสูตรผสมที่รวมคอลลาเจน กลูโคซามีน โอเมก้า-3 และแร่ธาตุจะตอบโจทย์สุขภาพข้อได้ครบกว่า ดูรายละเอียดในคู่มืออาหารเสริมบำรุงข้อ

เข้าใจอาหารเสริมบำรุงข้อโดยรวมอ่านคู่มืออาหารเสริมบำรุงข้อ — ประเภท กลไก และหลักฐานวิทยาศาสตร์

อ่านต่อ

เปรียบเทียบกับกลูโคซามีนอ่านคู่มือกลูโคซามีน — ประโยชน์ ผลข้างเคียง และวิธีใช้

อ่านต่อ

Carthisin มีคอลลาเจน + 8 สารอาหารสูตรผสมที่ตอบโจทย์สุขภาพข้อครบด้าน

อ่านคู่มือ Carthisin

คำถามที่พบบ่อย

คอลลาเจนช่วยข้อเข่าได้จริงหรือไม่?

งานวิจัยสนับสนุนว่าคอลลาเจนเปปไทด์และ UC-II ช่วยลดปวดข้อเข่าและปรับปรุงการเคลื่อนไหวได้ โดยเฉพาะเมื่อใช้ต่อเนื่อง 3–6 เดือน

คอลลาเจน type 1 กับ type 2 ต่างกันอย่างไร?

คอลลาเจน type 1 พบในผิวหนัง ผม เล็บ และกระดูก ส่วน type 2 พบในกระดูกอ่อนข้อ สำหรับสุขภาพข้อควรเลือก type 2 หรือ UC-II

คอลลาเจนเปปไทด์กับ UC-II ต่างกันอย่างไร?

คอลลาเจนเปปไทด์ผ่านการย่อยเป็นโมเลกุลเล็ก ดูดซึมง่าย ส่วน UC-II เป็นคอลลาเจน type II ที่ไม่ผ่านการย่อย มีงานวิจัยสนับสนุนที่โดดเด่นกว่า ทำงานผ่านกลไก oral tolerance

ควรรับประทานคอลลาเจนเท่าไหร่ต่อวัน?

คอลลาเจนเปปไทด์ 2.5–10 กรัมต่อวัน หรือ UC-II 40 มก.ต่อวัน ควรปรึกษาแพทย์หากใช้ยาร่วมด้วย

คอลลาเจนมีผลข้างเคียงไหม?

คอลลาเจนโดยทั่วไปปลอดภัยเมื่อใช้ตามขนาด แต่อาจมีอาการท้องอืด คลื่นไส้เล็กน้อยในบางคน ผู้ที่แพ้อาหารทะเลควรหลีกเลี่ยงคอลลาเจนจากปลา